|
ในสมัยที่ จูดาส สานุศิษย์ที่ทรยศต่อพระเยซูยังติดตามพระองค์อยู่นั้น
วันหนึ่งพระเยซูได้นำเหล่าศิษยานุศิษย์รอนแรมจาริกแสวงบุญผ่านเส้นทางอันยาวไกล
เหล่าสานุศิษย์ต่างอ่อนล้าและหิวโหยเป็นอันมาก
พระองค์จึงสั่งให้ทุกคนหยุดพักและหยิบหินขึ้นมาคนละหนึ่งก้อน
จูดาสนั้นคิดอยู่ในใจว่า "เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว
ยังจะมาให้เราหยิบหินขึ้นมาทำอะไรก็ไม่รู้"
ในขณะที่ศิษย์คนอื่นๆหยิบหินขึ้นมา จูดาสจึงเลือกหินก้อนที่เล็กที่สุดที่จะหาได้
เมื่อทุกคนได้หินคนละหนึ่งก้อนแล้ว พระเยซูจึงประทานพรว่า
"หินในมือเจ้าจงกลายเป็นก้อนขนมปังเพื่อบรรเทาความหิวโหยด้วยเทอญ"
จูดาสแทบเป็นลม เขาผิดหวังอย่างแรงกล้า
แต่ก็รีบกินขนมปังเสกของตนเพื่อประทังความหิว
แต่ขนมปังก้อนเล็กนิดเดียวจะทำให้คนตัวเบ้อเริ่มหายหิวได้อย่างไร
เมื่อพักผ่อนกันได้ตามสมควรแล้วพระเยซูก็นำเหล่าสานุศิษย์ออกเดินทางต่อ
หลังจากการรอนแรมอีกหลายชั่วโมง
เหล่าผู้จาริกก็ได้เดินทางมาถึงผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง
เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว พระเยซูสั่งให้ทุกคนหยิบก้อนหินขึ้นมาคนละก้อน
จูดาสคิดอยู่ในใจว่าจะไม่ยอมพลาดเช่นครั้งที่แล้วอีก
ในขณะที่ศิษย์อื่นๆหยิบหินกันขึ้นมานั้น จูดาสจึงเลือกหินก้อนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ตนเองจะยกไหว
พระเยซูก็ได้ประทานพรข้อที่สองว่า
"เจ้าจงขว้างหินในมือของเจ้าออกไปแล้วเจ้าจะได้เป็นผู้ครอบครองผืนดินอันอุดมสมบูรณ์นี้
ในกว้างยาวเท่ากับระยะทางที่เจ้าขว้างออกไปได้"
จูดาสแทบจะร้องไห้ ก็หินที่ตนเองยกขึ้นมานั้น
ลำพังแต่จะถือไว้ก็ลำบากมากแล้วแต่ด้วยความละโมบ
จูดาสจึงได้พยายามทุ่มหินในมือของตนอย่างสุดกำลัง อนิจจา!
ก้อนหินนั้นตกลงแค่เพียงปลายเท้าของจูดาสเอง
หลังจากนั้นพระเยซูก็ได้นำเหล่าศิษย์รอนแรมต่อไป อีกหลายชั่วโมงผ่านไป
เหล่าผู้แสวงบุญก็ได้มาถึงเมืองๆหนึ่ง
คราวนี้พระเยซูสั่งให้หยุดและให้ทุกคนหยิบหินขึ้นมาคนละสองก้อน
จูดาสประสาทเสียมากับพรสองข้อก่อนหน้านี้
เขาจึงไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจหยิบหินก้อนใหญ่ขึ้นมาหนึ่งก้อน
และก้อนเล็กอีกหนึ่งก้อน คราวนี้ไม่ว่าพรของพระเยซูจะเป็นอะไร
เขาก็พร้อมจะรับมือแล้ว พรข้อที่สามของพระเยซูคือ
"หินสองก้อนในมือจงกลายเป็นลูกอัณฑะของเจ้า!"
จ๊ากกกก
|